กรณีศึกษา : เจ้าหน้าที่ขับรถชนผู้อื่น
กรณี เจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้ขับรถชนผู้อื่นโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลปกครอง มีอำนาจพิจารณาตัดสินคดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เพราะกฎหมายได้แบ่งแยกอำนาจศาลไว้อย่างชัดเจน กล่าวคือ
มาตรา 5 หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้
มาตรา 6 ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่มิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง แต่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้
มาตรา 14 เมื่อได้มีการจัดตั้งศาลปกครองขึ้นแล้ว สิทธิร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยให้ถือว่าเป็นสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง
มาตรา 5 หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้
มาตรา 6 ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่มิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง แต่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้
มาตรา 14 เมื่อได้มีการจัดตั้งศาลปกครองขึ้นแล้ว สิทธิร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยให้ถือว่าเป็นสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง
กรณีศึกษา : เจ้าหน้าที่ขับรถชนผู้อื่นโดยประมาทจนถึงแก่ความตาย
ถ้าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ : โดยเจ้าหน้าที่ขับรถไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ เช่น ไปตรวจสอบพื้นที่ ไปประชุม หรือไปปฏิบัติงานราชการอื่น การขับรถชนผู้อื่นเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นั้น ในกรณีนี้ ศาลปกครองมีอำนาจตัดสินคดี เพราะเป็นการละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายจะต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐ เช่น กระทรวง สำนักงาน หรือหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่สังกัด ต่อศาลปกครอง
ถ้าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ : โดยเจ้าหน้าที่ขับรถไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ เช่น ไปตรวจสอบพื้นที่ ไปประชุม หรือไปปฏิบัติงานราชการอื่น การขับรถชนผู้อื่นเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นั้น ในกรณีนี้ ศาลปกครองมีอำนาจตัดสินคดี เพราะเป็นการละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายจะต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐ เช่น กระทรวง สำนักงาน หรือหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่สังกัด ต่อศาลปกครอง
ถ้ามิใช่การปฏิบัติหน้าที่ : เจ้าหน้าที่ขับรถเพื่อการส่วนตัว การขับรถชนผู้อื่นเป็นการละเมิดส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ ในกรณีนี้ ศาลยุติธรรมมีอำนาจตัดสินคดี ผู้เสียหายต้องฟ้องเจ้าหน้าที่ ต่อศาลยุติธรรม
ในเรื่องนี้ ศาลอาญาและศาลจังหวัด จึงมีอำนาจพิจารณาคดีความผิดทางอาญา เช่น ความผิดฐานขับรถโดยประมาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ ความผิดฐานกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288-289 แต่ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิด พ.ศ. 2539 เพราะกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของศาลปกครอง
ในเรื่องนี้ ศาลอาญาและศาลจังหวัด จึงมีอำนาจพิจารณาคดีความผิดทางอาญา เช่น ความผิดฐานขับรถโดยประมาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ ความผิดฐานกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288-289 แต่ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิด พ.ศ. 2539 เพราะกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของศาลปกครอง
2. คู่มือการดำเนินการเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (อ้างอิง)
3. เอกสารวิชาการศาลปกครอง เรื่อง “คดีปกครองเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่” (อ้างอิง)
3. เอกสารวิชาการศาลปกครอง เรื่อง “คดีปกครองเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่” (อ้างอิง)
คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๔๔๓/๒๕๕๔
พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ (มาตรา ๘)
พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ (มาตรา ๘)
ผู้ฟ้องคดีขับรถยนต์ของทางราชการไปราชการและประสบอุบัติเหตุ ขณะเกิดเหตุผู้ฟ้องคดีไม่ได้ดื่มของมึนเมาหรือขับรถด้วยความเร็วสูง และได้ใช้ความระมัดระวังเท่าที่พนักงานขับรถทั่วไปพึงปฏิบัติ แต่สภาพถนนช่วงก่อนถึงที่เกิดเหตสูงต่ำสลับกัน ทําให้มองไม่เห็นลักษณะของทางโค้ง บริเวณโค้งมีลักษณะเป็นเนินลาดออกนอกโค้ง มิได้ลาดเอียงเข้าหาโค้งอย่างปกติ ทางโค้งดังกล่าวไม่มีป้ายเตือนว่าเป็นโค้งอันตราย ประกอบกับผู้ฟ้องคดีไม่เคยใช้เส้นทางนี้มาก่อน ผิวถนนรวมถึงไหล่ทางบางช่วงชํารุดมีการซ่อมแซมไว้ไม่ดี เมื่อห้ามล้อกะทันหัน รถจึงหมุนเสียการควบคุม
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจึงเกิดอันเนื่องมาจากถนนที่ไม่ปลอดภัยเป็นสำคัญ ยังไม่อาจถือได้ว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ถูกฟ้องคดี เมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่า การกระทําของผู้ฟ้องคดีมิได้เป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่มีอํานาจเรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีตามมาตรา ๘ ประกอบมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจึงเกิดอันเนื่องมาจากถนนที่ไม่ปลอดภัยเป็นสำคัญ ยังไม่อาจถือได้ว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ถูกฟ้องคดี เมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่า การกระทําของผู้ฟ้องคดีมิได้เป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่มีอํานาจเรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีตามมาตรา ๘ ประกอบมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙